ARTICLE

สามสัญญาณเตือนที่จะบอกคุณว่าเตรียมหารองเท้าวิ่งคู่ใหม่

การค้นหาและเลือกรองเท้าวิ่งสำหรับคุณสักคู่หนึ่งนั้น นอกจากความรู้พื้นฐานจากงานวิจัย หรือแม้กระทั่งการสอบถามผู้รู้ หรือพยายามลองและเลือกให้เหมาะสมกับคุณให้มากที่สุดแล้ว เมื่อคุณเลือกได้ นั่นก็คือรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณ ใช่หรือไม่

            แต่รองเท้าวิ่งของคุณนั้นก็ไม่ได้อยู่กับคุณไปตลอดกาล แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาที่ต้องเตรียมหารองเท้าวิ่งคู่ใหม่แล้ว

แมรี่ อาร์โนล์ด นักวิ่งอัลตร้า มาราธอน และ ผู้นในโครงการ November Project ในนิวยอร์ค ใช้เวลาในการทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรองเท้ามามากกว่า 15 ปี จากรองเท้าคู่แรกจนถึงรองเท้าคู่ที่ห้าสิบของเธอ จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกรองเท้าวิ่งของเธอกัน

            “ ฉันรู้สึกใส่แล้วสบาย แต่ทำไมมันมีเฉพาะสีชมพู“

หลายคนคงเกิดคำถามนี้เมื่อไปเลือกรองเท้าวิ่งของคุณที่ช็อป แต่มันควรเป็นสิ่งแรกที่คุณจะต้องไม่นึกถึงมัน ในทันที สีอาจจะไม่ใช่ตัวแปรที่สำคัญของการเลือกรองเท้าวิ่งของใครหลายๆคน แต่ทั้งหมดมันคือ ความพอดี และความรู้สึกที่ดีต่างหาก ในการที่คุณสวมใส่แล้วรู้สึกพอดี สบาย ไม่แน่นหรือไม่หลวมจนเกินไป

หากคุณยังคงใช้รองเท้าคู่แรกในการวิ่งอยู่ ซึ่งแน่นอนมันก็คงนานมากแล้ว เหตุผลหลักๆของรองเท้าวิ่งคู่แรกของคุณนั้น ส่วนมากก็คือ สีและ ราคา : แต่ลองถามตัวเองว่า มันเป็นคู่แรกที่เหมาะสมกับเท้าของคุณสำหรับการเริ่มต้นแล้วหรือไม่    ถ้าราคาและขนาดรองเท้าเป็นปัจจัยหลักบางทีคุณอาจจะได้รองเท้าที่มาเหมาะสมกับเท้าของคุณและทำให้คุณพลาดเป้าหมายของการฝึกซ้อมได้

            ราคาเป็นตัวแปรที่สำคัญจริงหรือ

การเลือกรองเท้ากีฬามันไม่ใช่เวลาที่จะมาต่อรองราคา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะค่อนข้างจำกัดงบประมาณ และเป็นปกติที่จะต้องกังวลเกี่ยวกับราคาเนหลัก แต่เป้าหมายหลักด้านราคา จะทำให้คุณหารองเท้าที่เหมาะกับเท้าของคุณได้หรือไม่ บางที คุณอาจจะคิดว่าร้านรองเท้านั้น อัพราคาขึ้นไป แต่มันไม่จริงเสมอไป โดยปกติแล้ว ราคาเฉลี่ยของรองเท้าวิ่งนั้นจะอยู่ประมาณ 3000-4500 บาท ถ้าคุณยังเกี่ยงเรื่องราคาเช่น มีงบประมาณเพียงสองพันกว่าบาท คุณอาจจะพบกับควาผิดหวังที่ไม่ได้รองเท้าตามที่คุณต้องการ

            คุณเลือกรองเท้าจากขนาดรองเท้าหรือเปล่า

หนึ่งในความผิดพลาดในการเลือกรองเท้า นั่นก็คือเราเลือกรองเท้าจากขนาดของรองเท้า ถ้าคุณยังเลือกรองเท้า โดยให้ความสำคัญกับขนาดของเราเท้า บางทีคุณอาจจะต้องเจอกับปัญหาของเล็บขบและต้องถอดเล็บในที่สุด รองเท้าสำหรับวิ่งไม่ใช่รองเท้าสำหรับโบว์ลิ่ง ดังนั้น ไม่มีตัวเลขที่จะบอกคุณได้อย่างแน่นอนว่า คุณต้องใส่รองเท้าไซส์ใด ได้เสมอ ดังนั้น พยายามให้ความสำคัญกับการลองรองเท้า ให้มากในการเลือกรองเท้า เพราะบางทีคุณอาจจะต้องเพิ่มขนาดรองเท้าขึ้นไปอีกนิดนึง เช่น จากเบอร์ 9 อาจจะเป็น 9.5 เป็นต้น และรองเท้าในแต่ละยี่ห้อนั้น ขนาดของรองเท้าแม้ว่าจะเป็นรองเท้าเบอร์เดียวกัน แต่เมื่อลองใส่จริงอาจจะได้ขนาดที่ไม่เท่ากัน

คุณต้องมีการปรับมันอย่างสม่ำเสมอ          

  • คุณจะต้องปรับรองเท้าของคุณเพื่อให้รองเท้าของคุณรู้สึกสบายในเวลาที่สวมใส่ โดยเฉพะ 1-2 ไมลล์แรกในการวิ่งของคุณกับรองเท้าคู่ใหม่
  • คุณจะต้องปรับมันอย่างสม่ำเสมอ ปรับเชือกรองเท้าไม่ให้แน่นหรือเปิดมากจนเกินไป ถ้าท่าของคุณมีอาการชา หรือ อาการร้อนที่ปลายเท้า และป้องกันจอาการรองเท้ากัด หรือบาดแผลจากการเสียดสีที่เท้าของคุณ

รองเท้าของคุณจะเริ่มเข้าที่เมื่อคุณวิ่งไปประมาณสองสัปดาห์

  • หลังจากที่คุณวิ่งไปแล้ว สองถึงสามสัปดาห์ ระบบรองรับแรงกระแทกก็จะเริ่มตอบสนองและเริ่มปรับเข้ากับรูปเท้าของคุณ และคุณจะรู้สึกพอดี และ มีความยืดหยุ่น ในขณะที่คุณทำการวิ่ง

คุณยังทำบางสิ่งน้อยว่านักวิ่งมาราธอนแต่คุณเกิดอาการเล็บขบ

  • ในนักวิ่งมาราธอนหรือ อัลตร้ามาราธอน แม้จะใช้รองเท้าที่เหมาะสมแล้ว แต่ก็ยังคงเกิดอาการเล็บขบได้ อาการเล็บขบเกิดขึ้นได้ เมื่อเล็บเท้าของคุณมีการประทะกับด้านหน้าของรองเท้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งทำให้เล็บ ยกขึ้น แต่ปัญหาเรืองเล็บขบนี่อาจจะเกิดในนักวิ่งทั่วๆไป จากการเลือกขนาดของเราเท้าไม่เหมาะสม ไม่ใช่จากการวิ่งระยะทางไกลๆ

            รองเท้าของคุณเริ่มแสดงสัญญาณเตือนว่า ควรจะเปลี่ยนได้หรือยัง

บางทีการเลือกรองเท้าที่เหมาะสมแล้ว แต่สิ่งที่ดีที่สุดมักจะมาแล้วสิ้นสุดไป ไม่มีรองเท้าคู่ใดที่สมบูรณ์แบบ โดยปกติแล้วระบบรองรับแรงกระแทกของรองเท้านั้นจะมีระยะอยู่ระหว่าง 300-400 ไมลล์  400-700 กิโลเมตร เท่านั้น ดังนั้นจะมีสามสัญญาณเตือนสามข้อที่จะบอกคุณว่าถึงเวลาเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ได้แล้ว

แมรี่ อาร์โนล์ด

  1. ดูที่ด้านบนของรองเท้าว่าขนาดนั้นมันยังใช่เท้าของคุณอยู่ไหม

ถ้ามองจากด้านบนแล้วพบว่า วัสดุที่ใช้มีการเสื่อมสภาพ รองเท้าจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพราะคุณสมบัติของยางหรือวัสดุที่ทำรองเท้านั้นเสื่อมสภาพ และไม่สามารถกระดอนกลับได้ นั่นคือความยืดหยุ่นของรองเท้านั้นเริ่มเสื่อมแล้ว รองเท้าจะมีความแข็งเพิ่มมากขึ้น

  1. พลิกรองเท้าขึ้นและดูด้านในของรองเท้า
    ถ้ามีรอยแตก หรือ มีการสึกของรองเท้าจนไม่เห็นพื้นรองเท้าด้านล่าง นั่นคือสัญญาณข้อที่สอง
  2. ลองปล่อยรองเท้าที่ระดับความสูง 8-10 เซนติเมตรบนพื้นแข็งๆ
    ปล่อยให้ด้านหน้ารองเท้าตกลงก่อน และใช้เวลาในการตกมากกว่า 1/2 วินาที ถ้าการกระดอนเกิดขึ้นได้ไม่ดี นั่นแสดงว่า คุณสมบัติของการดูดดซับแรงกระแทกเริ่มมีปัญหา

แล้วเราจะเลือกรองเท้าอย่างชาญฉลาดได้อย่างไร

หลายร้านที่จำหน่ายรองเท้าวิ่งนั้น จะมีลู่วิ่งและระบบวิเคราะห์การเดิน ดังนั้นการมีการวิเคราะห์การเคลื่อนไหว ของเท้า จะช่วยให้เราจำกัดตัวเลือกของรองเท้าให้เหมาะกับเท้าของเราได้มากที่สุด ถึงแม้ว่างานวิจัยทางด้านชีวกลศาสตร์จะบอว่า การที่เท้ามีการบิดมากเกินไป นั้นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่สำหรับบางคุณที่มีอาการบิดมากเกินไปรุนแรง หรือ มีการบิดของเท้าเพียงเล็กน้อย การใช่แผ่นรองเท้า เพื่อเพิ่มความมั่นคงของเท้าก็จะทำให้การวิ่งของคุณมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น  ถ้าคุณใส่รองเท้าคู่เดียวกันเป็นระยะเวลานาน คุณอาจจะเกิดการบาดเจ็บได้ ดังนั้น มีการเปลี่ยนรองเท้าจะช่วยทำให้มีการใช้กล้ามเนื้อที่แตกต่างกันออกไปบ้าง และทำให้ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บลง แต่เราได้เรียนรู้ว่า ไม่มีรองเท้าใดที่จะเหมาะสมสำหรับทกคุณดังนั้น คุณสามารถเลือกรองเท้าสำหรับการวิ่งทางไกลของคุณสักคู่หนึ่ง และรองเท้าสำหรับวิ่งระยะใกล้ๆสักคู่หนึ่ง เทคนิคในการเลือกรองเท้าวิ่งสำหรับคุณ

รองเท้าที่เหมาะสำหรับคุณนั้น ต้องเป้นรองเท้าที่คุณสวมใส่แล้วพอดี และต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเท้าของคุณ และไม่ทรยศต่อการวิ่งของคุณ

หากคุณรู้สึกว่ามีการกระเด้ง มากเกินไปในหน้าเท้าของคุณ หรือ พบว่าเกิดการนุ่มจนเกินไปนั่นเป็นสิ่งที่จะเตือนคุณว่า รองเท้านั้นคงไม่เหมาะกับคุณ แต่ถ้าคุณไม่รู้สึกใดๆ กับเท้าของคุณหรือรองเท้าของคุณ เพียงไม่กี่กิโลเมตรที่คุณออกวิ่ง นั่นแสดงว่ารองเท้าของคุณนั้นเหมาะสมกับเท้าของคุณ

Please note that the information provided in the Polar Blog articles cannot replace individual advice from health professionals or physicians.